ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ เรารับทำบัญชี จดทะเบียนธุรกิจ ยื่นภาษีอากร ตรวจสอบบัญชี ขึ้นทะเบียนประกันสังคม ทำวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และยินดีให้คำปรึกษาฟรี สนใจติดต่อเราได้ตลอดเวลาค่ะ โทรศัพท์: 02-090-2284-6 แฟกซ์: 02-090-2287, มือถือ: 086-089-6768 Line ID : sunisar2524
Home ห้องสนทนา กระทู้ล่าสุด
 กระดานสนทนา
ยินดีต้อนรับ บุคคลทั่วไป   [ลงทะเบียน]  เข้าสู่ระบบ
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:เข้าใจผิดคิดว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการจ่ายภาษี แต่ที่จริงไม่ใช่แล้วทีนี้เราจะต้องทำยังไงครับ.. 01-06-2013 20:10:54 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาทั่วไป
กระทู้ : เข้าใจผิดคิดว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการจ่ายภาษี แต่ที่จริงไม่ใช่แล้วทีนี้เราจะต้องทำยังไงครับ

ขอบคุณค่ะสำหรับคำตอบ ขอถามเพิ่มเติมค่ะ และเราจำเป็นต้องจัดทำ งบกำไรขาดทุน หรือว่าต้องปิดบญชีประจำปีรึเปล่าค่ะ
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:ตอบ:ภาษี หัก ณ ที่จ่าย.. 31-05-2013 14:52:36 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ภาษี หัก ณ ที่จ่าย

ยื่นภาษี ภงด.53 จำนวนเงินไม่ถูกต้องจะต้องแก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อให้ถูกต้องตรงกับจำนวนเงินที่จ่ายจริง
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:การจ่ายเงินปันผล.. 31-05-2013 12:08:27 
์Nok

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : การจ่ายเงินปันผล

สอบถามนะคะ

 

หากในปี 2555 บริษัทฯ มีผลขาดทุน แต่ยังมีกำไรสะสมเหลืออยู่ จะสามารถจ่ายเงินปันผลในปี 2556 ได้หรือไม่คะ

 

เนื่องจากปกติจะมีการจ่ายเงินปันผลทุกปี แต่ปีที่ผ่านมามีผลขาดทุนจากเงินลงทุนเยอะ ทำให้งบขาดทุน 

 

 

ขอบคุณค่ะ

IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :การยื่นภาษีขาย.. 31-05-2013 09:48:48 
nok

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : การยื่นภาษีขาย

ในการยื่นภาษีขายที่ผ่านมาทางบริษัท B  ได้ทำการยื่นภาษีตามยอดรวมของอินวอยส์ขาย อย่างเช่น ขายสินค้ายอด 5,000 $ วันที่ 27 พ.ค 56  และใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามวันที่ในใบขน Rate วันที่ 27 พ.ค. 56 ตามใบขนเท่ากับ 29.7796 x 5,000$ = 148,898 บาท  (เนื่องจากทางสรรพากรให้ยึดราคาสินค้าตามที่ส่งออกจริงตามราคา FOB)  แต่ว่าทางบริษัท B ได้รับเงินมัดจำล่วงหน้าทั้งจำนวน คือ 5,000 $ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 56  (5000 x 29.80/1 Usd = 149,000 บาท)  คำถาม  ถ้ายื่นภาษีขายจะต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามใบขนขาออก  29.7796หรือใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามวันที่ที่ได้รับเงินมัดจำล่วงหน้า 29.80 ค่ะ.  ขอความกรุณาช่วยตอบด่วนด้วยค่ะ
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:สอบถามการรับสมัครงาน.. 29-05-2013 14:17:53 
suchada

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาทั่วไป
กระทู้ : สอบถามการรับสมัครงาน

ตอนนี้ยังรับอยู่มั้ยคะ
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:สอบถามการรับสมัครงาน.. 29-05-2013 14:15:00 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาทั่วไป
กระทู้ : สอบถามการรับสมัครงาน

ตอนนี้ยังรับอยู่มั้ยคะ
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:เข้าใจผิดคิดว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการจ่ายภาษี แต่ที่จริงไม่ใช่แล้วทีนี้เราจะต้องทำยังไงครับ.. 26-05-2013 13:51:15 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาทั่วไป
กระทู้ : เข้าใจผิดคิดว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการจ่ายภาษี แต่ที่จริงไม่ใช่แล้วทีนี้เราจะต้องทำยังไงครับ

ตอบคำถามดังต่อไปนี้นะค่ะ 1.ต้องจัดทำ รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย ทุกเดือน และนำมากรอก ภพ.30 เพื่อนำส่งกรมสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป 2.สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ผู้ว่าจ้างออกให้เราทุกเดือน จะใช้สำหรับลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรม ซึ่งยื่น ปี ละ สองครั้งค่ะ ( ครึ่งปี ภงด.94 และสิ้นปี ภงด.90 ) 3.ในกรณีที่เราเป็นผู้ว่าจ้าง ทุกครั้งที่เราจ่ายเงินค่าจ้างเราจะต้องหัก ณ ที่จ่าย ลูกจ้างของเราทุกครั้ง (หัก ณ ที่จ่าย 3 เปอร์เซ้นต์นะค่ะ) อย่าลืมกรณีที่เราเป็นผู้หัก จะต้องนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 7ของเดือน ถัดไปนะค่ะ (ย้ำกรณีย์เราเป็นผู้จ้าง เราจะต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งด้วย)
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:เข้าใจผิดคิดว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการจ่ายภาษี แต่ที่จริงไม่ใช่แล้วทีนี้เราจะต้องทำยังไงครับ.. 17-05-2013 09:40:28 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาทั่วไป
กระทู้ : เข้าใจผิดคิดว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการจ่ายภาษี แต่ที่จริงไม่ใช่แล้วทีนี้เราจะต้องทำยังไงครับ

เป็นบุคคลธรรมดา และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว จึงอยากทราบสำหรับเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องจัดทำส่งสรรพการมีอะไรบ้าง - ต้องส่งภาษี ณ ที่จ่าย ที่ผู้ว่าจ้างเป็นคนออกให้เราทุกเดือน หรือว่ายื่นทุกปี - ต้องนำส่งรายการภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือนภายในวันที่ 15 ใช่หรือไม่ - เราต้องจัดทำภาษี ณ ที่จ่าย ด้วยหรือเปล่า ในกรณีที่เราเป็นผู้ว่าจ้าง
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ภาษีขายร้านกาแฟ.. 02-05-2013 18:21:26 
พัชรินทร์

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาทั่วไป
กระทู้ : ภาษีขายร้านกาแฟ

เผอิญเปิดร้านกาแฟใหม่ แต่ก็จด Vat ด้วยค่ั / สำหรับใบกำกับภาษีขาย ต้องทำอย่างไรค่ะ ?

เนื่องจากเป็นเหมือนร้านสะดวกซื้อคือมีบิลให้ว่าค่าอะไร

แต่จะออกให้เฉพาะบางคนที่ขอบิลเพื่อไปทำเบิกบริษัทเท่านั้นแต่คนที่ไม่ขอเราต้องทำอย่างไรค่ะ

IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:ภาษี หัก ณ ที่จ่าย.. 05-04-2013 08:32:57 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ภาษี หัก ณ ที่จ่าย

ค่าโฆษณา หัก 2 % ค่านายหน้า บุคคลธรรมดาหัก 5 % นิติบุคคลหัก 3 % ไม่ใช่หรอค่ะ คุณความเห็นที่ 1
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:ตอบ:ภาษี หัก ณ ที่จ่าย.. 03-04-2013 19:21:29 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ภาษี หัก ณ ที่จ่าย

เราจ้างบริษัทที่จดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งมารับส่งพนักงาน เราจะหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็น
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :สอบถามตรวจสอบบัญชี.. 27-03-2013 14:18:51 
วัฒน์

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการตรวจสอบบัญชี
กระทู้ : สอบถามตรวจสอบบัญชี

 

ค่าตรวจสอบบัญชี

 

งบการเงินที่มีรายได้ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อปี อัตราค่าบริการ 7,000 บาท

 

ไม่ทราบว่าเป็นค่าใช้จ่ายสุทธิแล้วใช่มั้ยครับ

 

ต้องรวมค่าลายเซ็นต์ผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาติอีกมั้ย

IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ภาษี หัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวกับการรับจ้างทำของ.. 22-03-2013 09:28:39 
Apin

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ภาษี หัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวกับการรับจ้างทำของ

กรณีบริษัท ก ออกใบสั่งซื้อ ส่ง UPS ไปซ่อม แต่ทางร้านค้าออกบิลเรียกเก็บเฉพาะ ค่าอะไหล่กับแบตเตอรี ไม่คิดค่าบริการ เราต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่เราควรยึดตามใบสั่งซื้อของเราหรือไม่
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:ขอย้อนหลังภาษีหักณที่จ่ายได้หรือไม่.. 17-03-2013 10:19:32 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ขอย้อนหลังภาษีหักณที่จ่ายได้หรือไม่

ถ้าเกิน 3 ปี ไม่ได้แล้วค่ะ
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ขอย้อนหลังภาษีหักณที่จ่ายได้หรือไม่.. 13-03-2013 11:45:55 
นน

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ขอย้อนหลังภาษีหักณที่จ่ายได้หรือไม่

คือโดนบริษัทเชิญออกก็ได้เงินก้อนมาแล้วถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ตั้งแต่ปี 52 แต่ไม่ได้ยื่นภาษี ถามว่า จะสามารถยื่นขอคืนในปี 55 ได้หรือเปล่า แล้วโดนปรับอะไรหรือไม่
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ของขวัญกับการเสียภาษี.. 12-03-2013 22:08:24 
banbunchee

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ของขวัญกับการเสียภาษี

ของขวัญกับการเสียภาษี

ชื่อเรื่อง : ภาษีซื้อต้องห้าม กรณีกระเช้าของขวัญ

คำถาม :  ซื้อกระเช้าของขวัญแจกลูกค้าในเทศกาล นำภาษีซื้อมาขอเครดิตได้หรือไม่

คำตอบ :  ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อกระเช้าของขวัญมาแจกหรือให้เป็นของขวัญแก่ลูกค้าเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ โดยมีนามบัตรของบริษัทที่ระบุชื่อ ที่อยู่ และเครื่องหมายการค้าของบริษัทติดที่กระเช้าของขวัญดังกล่าว เป็นภาษีซื้อต้องห้ามมิให้นำไปหักออกจากภาษีขาย ตามมาตรา 82/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร และ ข้อ 5 ของประกาศอธิบดีฯ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17)

                 ส่วนภาษีขาย  หากกระเช้าของขวัญดังกล่าวเป็นสิ่งของที่บริษัทพึงให้แก่ลูกค้าตามประเพณี ทางธุรกิจทั่วไปและมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินสมควรแล้ว บริษัทไม่ต้องนำมูลค่าของกระเช้าดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร และ ข้อ 2(6) ของประกาศอธิบดีฯ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

ชื่อเรื่อง : แจกของขวัญนำมาเป็นค่าใช้จ่าย

คำถาม :  บริษัทแจกของขวัญให้ลูกค้า บริษัทนำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ เป็นจำนวนเท่าไรที่สรรพากรจะไม่ต้องให้มาบวกกลับและนำมาเป็นภาษีซื้อได้หรือไม่

คำตอบ :  1.  ภาษีเงินได้นิติบุคคล     ค่าใช้จ่ายนำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราว ตาม กฎกระทรวงฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522)

                  2.  ภาษีมูลค่าเพิ่ม     ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อของขวัญแจกเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ตาม มาตรา 82/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร และ ข้อ 5 ของประกาศอธิบดีฯ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17)

                   

ชื่อเรื่อง : เช็คของขวัญให้พนักงานถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม

คำถาม :  บริษัทให้เช็คของขวัญกับพนักงาน ถือเป็นรายจ่ายของบริษัท ได้หรือไม่

คำตอบ :  ถือเป็นรายจ่ายไม่ได้ เนื่องจากเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หาต้องห้าม ตาม มาตรา 65 ตรี(3) แห่งประมวลรัษฎากร

ชื่อเรื่อง : จ้างทำ ส.ค.ส.

คำถาม :  บริษัทจ้างทำ ส.ค.ส. โดยให้ ใส่โลโก้ของบริษัท ถามว่าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

คำตอบ :  หากผู้รับจ้างมิได้ผลิตขายเป็นปกติทั่วไป แต่เป็นการผลิตสินค้าตามคำสั่งของลูกค้า ซึ่งสินค้าจะมีลักษณะเฉพาะขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า โดยเมื่อผลิตสินค้าเสร็จแล้ว ลูกค้าตกลงจะยอมรับสินค้าที่ตรงตามคำสั่งของตนเท่านั้น กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของที่มุ่งถึงผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ ผู้ว่าจ้างจึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงินได้ให้บริษัทในอัตราร้อยละ 3 ตาม ข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/25428ฯ แต่หากเป็นการผลิตขายเป็นปกติทั่วไปอยู่แล้ว การจ่ายเงินได้ดังกล่าวจะถือเป็นการซื้อสินค้า ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

ชื่อเรื่อง :   ตารางสรุปภาระภาษีกรณีการแจก แถม และสินค้าที่ใช้ไปในการส่งเสริมการขาย

 

 

กิจกรรมส่งเสริมการขาย

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

จากการขายสินค้าหรือบริการ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เสีย/+ภาษีขาย

ยกเว้น/ไม่เสีย

หักภาษีซื้อได้

ต้นทุนของสินค้า

ถือเป็นรายจ่าย

1.  การแจกสินค้า (Free distribution)

1.1  การแจกสินค้าตัวอย่าง (Sampling)

 

  

X

X


X

 

1.2  การแจกสินค้า/ให้ของขวัญตามเทศกาล

 

X

X

X

 

1.3  การแจกโดยซื้อสินค้าอื่นไปใช้เป็นของแจก

X

 

X

X

 

1.4  การแจกสินค้าตัวอย่างให้ผู้จัดจำหน่าย

X

 

X

X

 

2. การใช้คูปอง (Used Coupon)

2.1  คูปองแลกซื้อสินค้า

 

 

X

 

X

 

2.2  คูปองส่วนลดค่าสินค้า

 

X

 

X

 

2.3  คูปองสะสมแต้มตามแผนส่งเสริมการขาย

 

X

 

X

 

3. ของแถมที่ให้ผู้บริโภค (Premium)

3.1  ของแถมที่ใส่ในหีบห่อหรือในกล่องสินค้า

(In-pack Premium)

 

X

X

X

 

3.2  ของแถมที่แนบติดไปกับสินค้า

(On-Pack Premium)

 

X

X

X

 

3.3  ของแถมแยกชิ้นอิสระที่ให้ต่างหากจากสินค้า (Near-pack)

 

X

X

X

 

3.4  ของแถมที่ส่งให้ภายหลังการซื้อสินค้า/ใช้สินค้า

X

 

X

X

 

3.5  ของแถมที่ส่งทางไปรษณีย์

(Free – in the mail Premium)

X

 

X

X

 

3.6  ของแถมที่ใช้ชิ้นส่วนแลกซื้อ

X

 

X

X

 

3.7  ของแถมที่มีมูลค่ามากกว่าสินค้า

X

 

 X

 

 

3.8  การแถมบริการหีบห่อ (Packaging)

 

X

X

X

 

4. ส่วนลด (Discount)

4.1  ส่วนลดการค้าพร้อมการขาย

(Trade Discount)

 

X

X

X

 

4.2  ส่วนลดเงินสดพร้อมการขาย (Cash discount)

 

X

X

X

 

4.3 ส่วนลดภายหลังที่เป็นรางวัลจากการส่งเสริมการขาย

X

 

X

X

X

5. ของขวัญและของชำร่วย (Gift & Supplement)

5.1  ให้ในโอกาสเปิดร้าน, เทศกาล, แนะนำสินค้าใหม่

 


X


X


X

 

5.2 ใ ห้สินค้าอื่น, ให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ลูกค้า

X

 

X

 

 

6. ของรางวัล

6.1  รางวัลจากการแข่งขันหรือชิงโชค

(Contest & Sweepstakes)


X

 


X


X


X

6.2   รางวัลหรือโบนัสที่ได้รับจากการส่งเสริมการขาย

X

 

X

X

X

7. การบริจาคสินค้า(Donation)

7.1  บริจาคสินค้าให้องค์การสาธารณกุศล,        สถานศึกษาเอกชน

 


X

 


X

 

7.2  บริจาคสินค้าให้หน่วยราชการ/รัฐบาล สถานพยาบาลเอกชน

X

 

 

X

 

7.3 บริจาคสินค้าให้สำนักสงฆ์,มูลนิธิ/สมาคมที่ไม่อยู่ในรายชื่อประกาศกำหนดให้เป็นองค์การสาธารณกุศล,คณะบุคคลอื่น

X

 

 

 

 

IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:ตอบ:ตอบ:ภาษี หัก ณ ที่จ่าย.. 07-03-2013 18:02:48 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ภาษี หัก ณ ที่จ่าย

ยื่นแก้ไขแบบได้ค่ะ ปป.01 ดาวน์โหลดได้จากกรมสรรพากรค่ะ
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ตอบ:ภาษี หัก ณ ที่จ่าย.. 06-03-2013 14:46:21 
บุคคลทั่วไป

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : ภาษี หัก ณ ที่จ่าย

หจก.ยื่น ภงด.3 ไปแล้วจะเป้นอะไรใหมค่ะ
IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :หัก ณ ที่จ่าย.. 03-03-2013 22:08:38 
ด.ญ. สอบถาม

บุคคลทั่วไป
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาการบริการด้านภาษี
กระทู้ : หัก ณ ที่จ่าย

สมมุติว่า บริษัทของเรา จำหน่ายตั๋วสัญญาใช้เงิน มูลค่า 400,000 บาท ให้นายดำ ในราคา 390,000 บาท ตั๋วอายุ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3%ต่อปี เราจะต้อง หักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไหร่หรอคะ

IP Logged
 หัวข้อกระทู้ :ความแตกต่างของสัญญาเช่าซื้อกับสัญญาลิสซิ่ง.. 01-03-2013 10:31:09 
สุณิษาเรืองหิรัญ
ลงทะเบียนเมื่อ: 19-11-2010 08:53:13
ตอบ: 22
ที่อยู่
กลุ่มการสนทนา : ปัญหาทั่วไป
กระทู้ : ความแตกต่างของสัญญาเช่าซื้อกับสัญญาลิสซิ่ง

 
ความแตกต่างของสัญญาเช่าซื้อกับสัญญาลิสซิ่ง
สัญญาเช่าซื้อ (Hire Purchase)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 บัญญัติว่า “อันว่าสัญญาเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว” จึงกล่าวได้ว่าสัญญาเช่าซื้อสัญญาที่เจ้าของทรัพย์สินเอาทรัพย์สินให้เช่า โดยมีข้อตกลงว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าได้จ่ายเงินให้เจ้าของทรัพย์สินตามจำนวนงวดที่ตกลงกันไว้ โดยผู้เช่าซื้อไม่ต้องแสดงเจตนาว่าจะซื้อและไม่ต้องชำระราคาทรัพย์สินอีก สัญญาเช่าซื้อจึงมีลักษณะเป็นสัญญาผสมระหว่างสัญญาเช่ากับสัญญาซื้อ โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
1.ผู้ให้เช่าต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ให้เช่า
2.ผู้ให้เช่านำทรัพย์สินของตนให้ผู้เช่าไปใช้ประโยชน์
3.ผู้ให้เช่าให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้เช่าหรือให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่า
4.ผู้เช่าจะต้องชำระเงินค่าเช่าซื้อเป็นคราวๆ (งวด) จนครบถ้วนตามที่ตกลงกันให้แก่ผู้ให้เช่า
สัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายคือผู้ให้เช่าซื้อและผู้เช่าซื้อ ต้องลงลายมือชื่อในสัญญา หากมิได้ทำเป็นหนังสือหรือคู่สัญญาลงชื่อเพียงฝ่ายเดียว สัญญาจะตกเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ ไม่มีผลผูกพันคู่สัญญา
ภาระภาษี
1.ภาษีเงินได้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้เช่าซื้อ มีหน้าที่คำนวณกำไรสุทธิจากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี และใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวมคำนวณเป็นรายได้ของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และนำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้น แม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป 1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล ข้อ 3.5 กำหนดการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้เช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ยังไม่ได้โอนไปยังผู้ซื้อและมีอายุสัญญาเกินหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำกำไรที่เกิดจากการขายมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการให้เช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระ สำหรับดอกผลเช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้แต่ละงวดตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป
การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ได้โอนไปยังผู้ซื้อทันที ให้นำรายได้จากการขายมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการขายสินค้า การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อหรือผู้ซื้อจากการขายผ่อนชำระ ให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระมาคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา มูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมด แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชีจะต้อง ไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
คำว่า “กำไรที่เกิดจากการขาย” ตามวรรคหนึ่งหมายความว่า ผลต่างระหว่างราคาขายเงินสดกับต้นทุนของทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระ
คำว่า “ดอกผลเช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระ” ตามวรรคหนึ่งหมายความว่า ผลต่างระหว่างจำนวนเงินทั้งสิ้นที่ต้องจ่ายตามสัญญากับราคาขายเงินสด
2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม
มาตรา 77/1(8)(ก) กำหนดให้สัญญาเช่าซื้อสินค้า เป็นการขาย และมีจุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 78(2) กล่าวคือให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวดไม่ว่าจะได้รับชำระเงินหรือไม่ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการรับชำระราคาสินค้าหรือออกใบกำกับภาษีเกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ในกรณีผู้เช่าซื้อไม่ชำระค่างวด
3.อากรแสตมป์
การทำสัญญาเช่าซื้ออยู่ในบังคับต้องปิดอากรแสตมป์ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสารที่ 3 โดยจะต้องปิดอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทของทุกจำนวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของเงิน 1,000 บาท แห่งราคาทั้งหมด (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
4.การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา
แม้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เช่าซื้อจะยังคงเป็นของผู้ให้เช่าซื้ออยู่ แต่ผู้ให้เช่าซื้อก็ไม่มีสิทธิหักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์นั้น เนื่องจากได้ถือทรัพย์นั้นเป็นสินค้าและได้นำราคาซื้อของทรัพย์นั้นไปหักเป็นรายจ่ายในรูปของต้นทุนสิค้าเพื่อหากำไรขั้นต้นที่กิจการต้องรับรู้รายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ในส่วนของผู้ให้เช่าซื้อแม้จะยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในก็สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145
สัญญาลิสซิ่ง (Leasing)
ลิสซิ่ง เป็นรูปแบบที่นำมาจากต่างประเทศ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องเอกเทศสัญญา ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับลิสซิ่งไว้เป็นการเฉพาะ สัญญาลิสซิ่งคือสัญญาที่เจ้าของทรัพย์สิน (Leasor) ตกลงให้บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง (Leasee) ใช้ประโยชน์จากทรัพย์นั้นได้ โดยมีเงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่ระบุในสัญญา และต้องชำระราคาตามที่กำหนดไว้ โดยเจ้าของทรัพย์สินตกลงจะขายทรัพย์สินที่ให้ลิสซิ่งนั้นให้แก่ผู้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งเมื่อครบกำหนดตามสัญญา การให้เช่าแบบลิสซิ่งนั้น ราคาค่าเช่าแต่ละงวดจะมิได้รวมราคาทรัพย์สินด้วย แต่จะมีการระบุไว้ต่างหากในสัญญานั้น และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นจะไม่ได้โอนไปยังผู้เช่าโดยทันทีดังเช่นสัญญาเช่าซื้อ หากผู้เช่าประสงค์จะซื้อหรือรับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ต้องแสดงเจตนาสนองรับคำมั่นของผู้ให้เช่าและชำระราคาซื้อทรัพย์สินตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาก่อน กรรมสิทธิ์จึงจะโอนมาเป็นของผู้เช่า สัญญาลิสซิ่งส่วนมากจะมีข้อกำหนดว่า หากบอกเลิกสัญญาก่อนจะเสียค่าปรับ ยิ่งบอกเลิกเร็วค่าปรับก็จะสูง และเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ผู้เช่าแบบลิสซิ่งจะซื้อทรัพย์สินหรือไม่ก็ได้
ภาระภาษี
1.ภาษีเงินได้
สัญญาเช่าแบบลิสซิ่ง เป็นเพียงสัญญาเช่าที่รวมกับคำมั่นของผู้ให้เช่าว่าจะขายทรัพย์สินที่ให้เช่านั้น เมื่อสิ้นสุดสัญญา ซึ่งไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาเช่าซื้อ เงินได้จากสัญญาลิสซิ่งจึงเป็นเงินได้จากการเช่าทรัพย์เท่านั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้เช่าทรัพย์ จึงมีหน้าที่คำนวณกำไรสุทธิจากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี และใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวมคำนวณเป็นรายได้ของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และนำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้น แม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ของการเช่าแบบลิสซิ่ง กรมสรรพากรมีคำสั่งที่ ท.ป.4/2528 กำหนดให้ผู้จ่ายเงินค่ามีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้ที่จ่าย ยกเว้นผู้ให้เช่าจะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วถึง 60 ล้านบาท และสัญญาลิสซิ่งมีระยะเวลาถึง 3 ปีขึ้นไป ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากลิสซิ่งเป็นเพียงสัญญาเช่าทรัพย์ ที่มีคำมั่นว่าผู้ให้เช่าตกลงจะขายทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของสัญญาไม่มีลักษณะเป็นสัญญาเช่าซื้อ สัญญาลิสซิ่งจึงเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร โดยความรับผิดในการเสียภาษีจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ ออกใบกำกับภาษี หรือได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่นตามาตรา 78/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีที่ผู้เช่าลิสซิ่งไม่ชำระราคาค่าบริการผุ้ให้เช่าก็ไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีขายแต่ประการใด
3.อากรแสตมป์ สัญญาลิสซิ่ง เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ที่ทีคำมั่นว่าผู้ให้เช่าตกลงจะขายทรัพย์สินเมื่อสิ้นสุดระยะของสัญญา ไม่เป็นสัญญาเช่าซื้อ จึงไม่ต้องติดอากรแสตมป์ ในกรณีนี้มีคำพิพากษาฎีกาที่ 8810/2543 ว่า สัญญาลิสซิ่งไม่อยู่ในบังคับต้องติดอากรแสตมป์แต่อย่างใด
4.การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา
เนื่องจากสัญญาเช่าแบบลิสซิ่ง เป็นลักษณะของสัญญาเช่าทรัพย์ ผู้ให้เช่าซื้อยังคงมีสิทธิหักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์นั้น เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ยังไม่ได้โอนไปยังผู้เช่า ผู้เช่าจึงไม่มีสิทธิ์หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา แต่สามารถนำค่าเช่ามาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามปกติ โดยเงินค่าเช่าที่จ่ายรายเดือนต้องบันทึกบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายค่าเช่าได้เต็มจำนวนที่จ่ายจริง แต่มีข้อพึงระวัง เฉพาะกรณีเป็นการเช่ารถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน นำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่เกินเดือนละ 36,000 บาท หรือไม่เกิน คันละ 1,200 บาทต่อวัน
ความแตกต่างระหว่างสัญญาเช่าการเงิน (Financial Lease) และสัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease)
สัญญาเช่าการเงิน (Financial Lease) เป็นข้อตกลงเช่า ที่การเช่ามีระยะเวลาที่แน่นอน ตั้งแต่ระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยผู้ให้เช่ามิได้เป็นผู้ให้การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ทำประกันภัย หรือการบริการใดๆ ต่อทรัพย์สินที่ให้เช่าแก่ผู้เช่า ผู้ให้เช่าจะคำนวณค่าเช่า จากราคาทรัพย์สิน ดอกเบี้ย และคุณประโยชน์ของทรัพย์สินนั้นๆ โดยทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทั้ง 2 ฝ่าย
สัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) เป็นลิซซิ่งที่นิยมกันเป็นส่วนมาก Operating Lease เป็นการเช่าทรัพย์ในเวลาสั้น ส่วนใหญ่ประมาณ 24-60 เดือน ซึ่งทั้งผู้ให้เช่าหรือผู้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเวลาได้ ทั้งนี้ตามหลักการ ผู้ให้เช่าจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดต่อ ทรัพย์สินนั้น ๆ Operating Lease จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับสัญญาการเช่า (Rent) ทั่วไป
มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 17 (ปรับปรุง 2552) เรื่อง สัญญาเช่า
สัญญาเช่าการเงินหมายถึงสัญญาเช่าที่ทำให้เกิดการโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดที่ผู้เป็นเจ้าของพึงได้รับจากสินทรัพย์ให้แก่ผู้เช่าไม่ว่าในที่สุดการโอนกรรมสิทธิ์จะเกิดขึ้นหรือไม่
สัญญาเช่าดำเนินงาน หมายถึง สัญญาเช่าที่มิใช่สัญญาเช่าการเงิน
ในการจัดประเภทสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าการเงินหรือสัญญาเช่าดำเนินงาน กิจการต้องพิจารณาถึงเนื้อหาของรายการมากกว่ารูปแบบตามสัญญา
กิจการต้องจัดประเภทสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าการเงิน หากสัญญานั้นโอนความเสี่ยงและ
ผลตอบแทนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดที่ผู้เป็นเจ้าของพึงได้รับจากสินทรัพย์ไปให้แก่ผู้เช่าและต้องจัดประเภทสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าดำเนินงานหากสัญญานั้นไม่ได้โอนความเสี่ยง หรือผลตอบแทนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดที่ผู้เป็นเจ้าของพึงได้รับจากสินทรัพย์ไปให้แก่ผู้เช่า
กิจการต้องจัดประเภทสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าการเงินหากสัญญานั้นทำให้เกิดสถานการณ์ต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งสถานการณ์
1. สัญญาเช่าโอนความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ให้แก่ผู้เช่าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของสัญญาเช่า
2. ผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อสินทรัพย์ด้วยราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม ณ วันที่สิทธิเลือกเกิดขึ้น โดยราคาตามสิทธิเลือกนั้นมีจำนวนต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์มากเพียงพอที่จะทำให้เกิด
ความแน่ใจอย่างสมเหตุสมผล ณ วันเริ่มต้นของสัญญาเช่าว่าผู้เช่าจะใช้สิทธิเลือกซื้อสินทรัพย์นั้น
3. ระยะเวลาของสัญญาเช่าครอบคลุมอายุการให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของ
สินทรัพย์แม้ว่าจะไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์เกิดขึ้น
4. ณ วันเริ่มต้นของสัญญาเช่า มูลค่าปัจจุบันของจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายมีจำนวนเท่ากับ
หรือเกือบเท่ากับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่เช่า
5. สินทรัพย์ที่เช่ามีลักษณะเฉพาะจนกระทั่งมีผู้เช่าเพียงผู้เดียวที่สามารถใช้สินทรัพย์นั้น
โดยไม่จำเป็นต้องนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาทำการดัดแปลงที่สำคัญ
ข้อบ่งชี้ถึงสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งหรือหลายสถานการณ์รวมกันที่ทำให้สามารถจัดสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าการเงินได้ มีดังต่อไปนี้
1. หากผู้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาเช่าได้ และผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบผลเสียหายที่เกิดกับผู้ให้เช่าเนื่องจากการยกเลิกนั้น
2. ผู้เช่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกำไรหรือผลขาดทุนจากการผันผวนของมูลค่ายุติธรรมของมูลค่าคงเหลือ (ตัวอย่างเช่น มูลค่ายุติธรรมของมูลค่าคงเหลือที่อยู่ในรูปของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าลดให้ซึ่งรวมแล้วมีจำนวนเท่ากับส่วนใหญ่ของจำนวนที่ได้รับจากการขายมูลค่าคงเหลือ ณ วันสิ้นสุดสัญญาเช่า)
3. ผู้เช่าสามารถต่อสัญญาเช่าครั้งที่สองด้วยการจ่ายค่าเช่าที่มีจำนวนต่ำกว่าค่าเช่าในตลาดอย่างเป็นนัยสำคัญ
ตารางเปรียบเทียบสัญญาเช่าซื้อกับสัญญาเช่าแบบลิสซิ่ง

สัญญาเช่าซื้อ
สัญญาเช่าแบบลิสซิ่ง
1.การโอนกรรมสิทธิ์
ทันทีเมื่อชำระค่าเช่าซื้อ
เมื่อผู้เช่าชำระเงินค่าซื้อซาก
2.ผู้เช่า/ผู้เช่าซื้อ
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
นิติบุคคลเท่านั้น
3.การบันทึกบัญชีค่างวดจ่ายรายเดือน
ชำระหนี้เช่าซื้อ
ชำระค่าเช่า
4.ผู้บันทึกทรัพย์สินทางบัญชี
ผู้เช่าซื้อ
ผู้ให้เช่าซื้อ
5.ผู้บันทึกค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน
ผู้เช่าซื้อ
ผู้ให้เช่าซื้อ
6.การรับรู้รายได้ตามมาตรฐานทางบัญชี
รับรู้รายได้ ณ วันที่ขาย โดยรายได้คำนวณจากมูลค่ายุติธรรมของสิ่งตอบแทนที่ได้รับหรือค้างรับ เช่นเงินสดโดยไม่รวมดอกผล
แบ่งสัญญาออกเป็น
1) Financial Lease รับรู้เฉพาะดอกผลเป็นรายได้
2) Operation Lease รับรู้ทั้งเงินต้นและดอกผลเป็นรายได้ทั้งจำนวนตามงวดที่ถึงกำหนดเวลาชำระ
7.การรับรู้รายได้ตามประมวลรัษฎากร
กำไรที่เกิดจากการขายมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการให้เช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระ ส่วนดอกผลเช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้แต่ละงวดตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป
ไม่มีคำนิยามเกี่ยวกับการเช่าแบบลิสซิ่ง จึงถือเป็นการเช่าทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในทางภาษีอากร จึงเป็น Operation Lease รับรู้ทั้งเงินต้นและดอกผลเป็นรายได้ทั้งจำนวนตามงวดที่ถึงกำหนดเวลาชำระ



IP Logged
หน้า #  << เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>


Powered by ccBoard


Joomla SEO powered by JoomSEF